เมื่อสงกรานต์ที่ผ่านมา..แอบหนีความสับสนวุ่นวายในเมืองกรุงไปเที่ยวใต้คนเดียวครั้งแรก
แต่จะไปไหนดีล่ะ ... ที่จะปลอดภัยสำหรับเดินทางคนเดียวครั้งแรกในชีวิต
สถานที่ที่เราเลือกคือ จ.ตรัง 
สาเหตุที่เลือก จ. ตรัง ก็เพราะฟังดูแล้วน่าจะปลอดภัย
จุดเริ่มต้นของการเดินทางคือสายใต้ใหม่
เริ่มเดินทางคืนวันที่ 10 เมษายน 2553 รถติดมาก นั่งนอนเมื่อยไปตลอดทาง
การนั่งรถทัวร์กลางคืนระยะยาวๆ คนเดียวก็สร้างความรู้สึกแปลกแปลกดี
จำได้ว่าคนที่นั่งข้างข้างเป็นหนุ่มเมืองใต้ผิวเข้ม ตกดึกมีเอาผ้าห่มมาห่มให้เราอีก
โอ้ย..ต๊กกะใจหมดเลย  ไม่ต้องมาใจดีขนาดนี้ก็ได้ค่ะ ดิฉันทนหนาวได้ (นึกในใจ)
เราใช้เวลาเดินทางอยู่นานทีเดียว  รถเสียเวลาไป 2 ชั่วโมง
คุ้นคุ้นว่าเวลาราวๆ ตีสี่ ตีห้า เนี่ยรถจอดซ่อมอะไรซักอบ่าง ซึ่งเราก็ไม่ได้สนใจ 
หลับและแอบระแวงคนข้างข้าไปด้วย
ประมาณ 11.00 น. รถก็มาจอดที่ไหนก็ไม่รู้  แล้วคนก็เริ่มทะยอยลง
แล้วเราก็หันไปถามคนที่กำลังเดินลงว่าถึงตรังหรือยัง
เขาก็บอกว่า "ถึงแล้ว" เอางัยดีเรา ก็ต้องลงจากรถซิ จะอยู่ทำไม คนลงกันหมดแล้ว
อาจเป็นเพราะเราไปช่วงเทศกาลและไม่ได้จองรถไว้ล่วงหน้าก็ได้มั้ง นั่งรถเสริมมันจึงไม่ไปที่ท่ารถ (คิดเอง)
ทำงัยต่อดี  ยังไม่ทันจะได้ิคิดอะไร ก็มีคุณพี่ตุ๊กตุ๊กหัวกบ เข้ามาถามว่าจะไปไหน
ถ้าเป็นในตอนแรก  เราคงตอบไปแล้วว่าจะไปตรัง 
แต่ตอนนี้มันถึงจ.ตรังแล้วนี่  จะไปไหนต่อดี ก็เลยบอกคุณพี่ไปว่า พาไปหาที่พักที่ใกล้ๆ ที่กิน ที่เดินเล่นได้
เค้าถามว่าไปแถวสถานีรถไฟมั้ย  ... เอ้าไปก็ไป
แล้วก็เริ่มภาระกิจหาที่นอนก่อน ... จะได้หาที่กินต่อ
เดินเข้าออกโรงแรมตั้งแต่ 5 ดาว ไล่ลงมาเรื่อย ก็ไม่มีที่ไหนว่างซัก 1 ห้องจองเต็มหมดแล้ว
เดินหานานมาก สุดท้ายก็มาได้ที่พักที่โรงแรมศรีตรังลักษณะเป็นห้องแถว 3-4 ชั้นอยู่หน้าสถานีรถไพอดี
มีว่างอยู่ 2 ห้องนอกนั้นเติมหมด เป็นห้องพัดลมราคา 500 บาท มีห้องนำ้ในตัว ตู้เย็น ทีวี
ชั่วโมงนั้นคิดอะไรไม่ออกแล้ว  เอาที่นี่แหละ  เพราะไม่รู้จะไปหาที่ไหนแล้ว หิวก็หิว
มาดูสภาพห้องกัน  ก็ Ok นะเราว่า  ห้องใหญ่ด้วย

มองจากหน้าต่างห้องออกมาจะเห็นวิวนี้เลย
ชอบชอบตุ๊กตุ๊กหัวกบ
 
ตกบ่ายก็ไปหาอะไรกิน แล้วก็กลับมานอนที่ห้อง ไม่ไหวมันร้อนมาก  เปิดหน้าต่างทุกบานในห้อง
ช่างกล้ามาก เพราะห้องเราอยู่ด้านหน้าหัวมุม  ระเบียงจะถึงกันกับห้้องข้างๆ 
แต่ก็เชื่อในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของเมืองตรัง  ต้องคุ้มครองนักท่องเที่ยวซินะ
แล้วก็หลับไปด้วยความเพลีย  ตื่นมาอีกทีรู้สึกเย็นๆ เหมือนไอฝน 
ลืมตาดูถนัดท่าทางเมื่อครู่ฝนจะตก มิน่าล่ะ หลับสบายเลย 
มองไปที่พื้นตกใจอย่างแรง เอ๊ะเศษแก้วอะไรเกลื่อนกราดเต็มห้อง 
นึก นึก ค่อยค่อยนึก ก็เข้าใจไ้ด้ว่าแก้วตั้งอยู่บนตู้เย็นแล้วโดนผ้าม่านที่พัดไปมา ปัดตกลงมา
พอตั้งสติได้ก็อาบน้ำแปลงโฉม  หยิบเสื้อยืดกางเกงเลมาใส่ ไปลั้ลลาดีกว่า
ตรงหน้าบริเวณสถานีรถไฟตรังเนี่ย   วันเสาร์อาทิตย์เขาจะมีตลาดนัด
มา มะจะพามาดูบรรยากาศกัน 
อยู่หน้าสถานีรถไฟจริงๆ 
ร้านนี้ทำเอาเจ้าของบล๊อคต้องหยุดเดิน เบรคดัวเอี๊ยด...

ซูมดูใกล้ๆ น่าหม่ำมากมาก เป็นขนมถ้วย แม่ค้าใจดีให้ชิมด้วย ชิมแล้วติดใจสั่งมา 1 กระทง
 
 อันนี้ก็อร่อยมีไส้ด้วย ความจริงแม่ค้าขายชุดละ 20 บาท แต่ก็ขอแม่ค้าเอารวมกันได้ไหม 2 อย่าง 1 กระทง
เพราะมาคนเดียวอยากชิมหลายๆ อย่าง  แม่ค้าจัดให้โดยไม่เกี่ยงงอน  น่ารักที่สุด
ขนมที่มีสีน้ำตาลลักษณะเหมือนขนมถ้วยฟู เนี่ยแถวนี้เขาเรียกขนมน้ำตาล
ซึ่งทำมาจากน้ำตาลสด อร่อยมาก เวลาซื้อแม่ค้าจะโรยหน้าด้วยมะพร้าวอ่อน 
ชอบร้านนี้มาก ข้าวเหนียวนานาหน้า  สีสันสวยสดงดงาม ดึงดูดตา
แต่รายการนี้ไม่ได้ลองชิม  เี่นื่องจากเริ่มห่วงคุณน้ำหนักทีมีอยู่มากพอสมควรจะเพิ่มขึ้นอีก

กว่าจะฝ่าด่านของหวานมาได้ ก็มาดูของคาวกันบ้าง
 เป็นข้าวเกรียบปลาที่ตัดเป็นแท่งๆ ทอด อาหารพื้นของชาวปัตตานี คนแถวนี้เขาเรียกว่า "กะโป๊ะ"
 
ตายแล้วเจ้าของบล็อกเก็บแต่ภาพของกิน  อย่างนี้เพื่อนๆ ก็คงเดาหุ่นออกซินะ
 สงต้องพาออกห่างจากของกินบ้างซะแล้ว 
เอ..แต่เจ้าของบล็อคเพิ่งรู้ว่าตัวเองถ่ายแต่รูปของกิน น่ะ เฮอะ เฮอะ รูปอื่นไม่ค่อยมี
เดินตลาดนัดหน้าสถานีจะครบรอบ ไปไหนต่อดี เดินไปเรื่อยๆ ดีกว่า ชมเมืองตรังตอนกลางคืนกัน
ต่อไปนี้จะเป็นบรรยากาศค่ำคืนของวันที่ 11 เมษายน 2553 ที่เมืองตรังค่ะ
 
เดินต่อไป เอ..จะฝากส่งจดหมายถึงใครดีนะ...
 
เจอป้ายนี้  ขอเก็บภาพไว้เป็นที่ระลึกหน่อยนะคะ 
ชอบชื่อของเค้าจังเลย ปักษ์ใต้การสุรา บ่งบอกถึงสถานที่ตั้งและกิจการ
ร้านข้าวต้มก็มีให้เห็นหลายร้านอยู่
 
 อันนี้ ..โรงแรมจริงจริง เชื่อเถอะค่ะ  ว่าไม่ใช่อย่างอื่น
ระหว่างที่เดินเก็บภาพอยู่คนเดียวโดดอยู่นั้นก็บังเอิญมีหนุ่มตรังผู้ใจดีชักชวนให้ไปเที่ยวงานแสงสีเสียง
เพื่อเฉลิมฉลองเจ้าเมืองตรัง "พระยารัษฎานุประดิษฐ์ " ผู้นำต้นยางพาราต้นแรกเข้ามาปลูกที่ไทย
ซึ่งหนุ่มเมืองตรังผู้ใจดีคนนั้นก็อาสามาส่ง โดยไม่คิดค่ารถ
แถมบอกอีกว่า ถ้าขากลับไม่มีโทรหาเขาได้นะจะมีรับกลับโรงแรม  คุณพี่แกบอกว่าทึ่งที่เห็นเรามาคนเดียว
 เราก็รีบขอบคุณด้วยความจริงใจ  และความเกรงใจอย่างยิ่ง
มาดูงานแสดงกันดีกว่า
 

ดูการแสดงจนเกือบจบก็เตรียมตัวกลับก่อนดีกว่า ฝนเริ่มเปาะแปะแล้ว 
เดี๋ยวเขากลับกันหมด เราจะหารถกลับไม่ได้  และแล้วก็พึ่งมอเตอร์ไซด์แถวนั้นกลับมา
สิ้นสุดการเดินทางคืนแรกคนเดียวเที่ยวตรัง
พักผ่อนออมแรงก่อนดีกว่า
เช้าวันที่ 12 เมษายน 2553
ตื่นนอนมาด้วยความสดชื่น  วันนี้ทำไรดีนะ  
ความจริงติดกับที่พักเรา ก็เป็นบริษัททัวร์ ซึ่งเมื่อวานก็แอบไปเยี่ยมเยียนมาเหมือนกัน
เขาก็แนะนำทัวร์ 4 เกาะ ราคาไม่แำำพง รู้สึกว่าจะประมาณ 800-900 บาท
น่าสนใจทีเดียวแต่เนื่องจากเราว่ายน้ำไม่เป็น  และมาคนเดียวต่อให้มีชูชีพก็เหอะนะ
ถ้าหายไปใครจะรู้เล่า  ก็เลยถามหาทัวร์ไปถ้ำซึ่งทางทัวร์ก็บอกว่าช่วงนี้ไม่ค่อยมีคนไป
อีกทางเราก็ตั้งใจจะเช่ามอเตอร์ไซด์ขับเที่ยว  ซึ่งน้องที่โรงแรมบอกว่าถ้าพี่จะเอา  เดี๋ยวหาให้ วันละ 250 บาท
 แต่คิดไปคิดมาก็ขี้เกียจ  ใช้บริการรถท้องถิ่นดีกว่า
 แล้ววันนี้จะไปไหนดีเล่า  ... เมื่อคืนเพิ่งไปงานพระยารัษฎานุประดิษฐ์มา
งั้นวันนี้ไปดูต้นยางพาราต้นแรกดีกว่า
ก็เลยถามน้องว่า ถ้าพี่จะไปกันตัง จะต้องไปยังงัย
(เป็นงัยล่ะทริปนี้ไม่ไ้ด้เตรียมตัวเลยมาถามเอาข้างหน้าอย่างเดียว)
น้องที่โรงแรมบอกว่า ไปขึ้นแท็กซี่ที่หน้าสถานีรถไฟนะพี่ 30 บาท 20 นาทีก็ถึงกันตังแล้ว
ขอบคุณค่ะ ออกมายืนหน้าโรงแรมมองไปก็เห็นสถานีรถไฟ แล้วเจ้าแท็กซี่ที่ว่ามันอยู่ตรงไหนล่ะ
 เดินวนอยู่ 3 รอบก็ไม่เห็นวี่แววรถแท็กซี่ที่ว่า
นี่ก็สถานีรถไฟยามเช้า
 
นี่ก็ด้านหลังป้อมตำรวจหน้าสถานีรถไฟ  สีสันสดใสสวยงาม แล้วไหนล่ะรถแท็กซี่ที่จะพาเราไปกันตัง

ถามคุณลุงคุณป้าที่เดินไปมาแถวนี้ดีกว่า คุณป้าบอกว่าก็ข้างหลังหนูนี่งัย
อ๊ะ .. เนี่ยนะ..รถแท็กซี่...โถ..เดินผ่านมา 3 รอบ อายจัง ... ไม่รู้ย่อมไม่ผิดเนอะ
คันขาวเนี่ยก็ใช่...สีดำในเต้นท์ก็ใช่ .. คุณป้าเสื้อสีส้มก็จะไปกันตังเหมือนกันนั่งรออยู่
 
เส้นทางระหว่างตัวเมืองตรังไปกันตังเป็นเส้นทางที่สวยทีเดียว
ผ่านป่า ผ่านเขาวเขียวสดชื่นไปตลอดทาง เสียดายที่ไม่สามารถเก็บภาพมาได้
เนื่องจากสถานที่ในรถแท็กซี่ไม่อำนวย เพราะนั่งอัดกันไป 7 ชีวิต
จึงไม่อาจหาญที่จะยกมือไปหยิบกล้องขึ้นมาเก็บภาพระหว่างทาง
และแล้วก็มาถึงต้นยางพาราต้นแรกของประเทศไทยจนได้ 
มายืนถ่ายรูปแชะแชะ  คนแถวๆ นั้นก็งงมาทำอะไร
 
อีกมุมนึงให้เห็นชัดชัด
เิิ่ริ่มหิว .. เช้าวันนี้ขอฝากท้องกับติ่มซำเมืองกันตังหน่อยละกันค่ะ
 ซาลาเปาทอดอร่อยมาก ... กินไป 1 ลูกแล้วเพิ่งนึกได้ว่ายังไม่ได้เก็บหลักฐานเลย
 กินเยอะำมาก ...อิ่มอร่อย เดินไปไหนต่อไม่ถูกเลย..
ตายแล้วอัพรูปเยอะ หมดโควต้าแล้วซิเรา  เดี๋ยวมาอัพใหม่ 
หายจาก Exteen ไปนาน  คิดถึงจัง

Comment

Comment:

Tweet

ชื่นชมค่ะมาเที่ยวคนเดียว
แต่อย่าไว้ใจคนอื่นมากนะคะ

#3 By karajugu (103.7.57.18|61.7.214.53) on 2013-05-02 13:06

ขนมจีบ ขนม น่ากินอ่า

#2 By เช่ารถตรัง (103.7.57.18|202.29.50.4) on 2012-08-15 15:18

เห็นแล้วหิวข้าวเลย
ติ่มซำเมืองตรังน่าหม่ำกว่าที่คิด

#1 By kororo on 2010-07-24 16:37