ช่วงนี้เจอมรสุมชีวิตหนักหน่วง ก็เลยต้องหันหน้าเข้าวัดเข้าวา
วันอาทิตย์ที่ผ่านมา ก็จูงมือคุณแม่ไปทำบุญไหว้พระที่วัดไม่ไกลจากบ้านมากนัก
วัดนั้นก็คือ วัดหลวงพ่อโอภาสี นั่นเองค่ะ
เดี๋ยวจะเล่าประวัติของวัดที่แอบไปคัดลอกจากป้ายในวัดมาค่ะ
วัดหลวงพ่อโอภาสีหรือสวนอาศรมบางมด เป็นวัดเก่าแก่ในพื้นที่บางมด เรียกตามนามของหลวงพ่อโอภาสี (พระมหาชวน มลิพันธ์) ซึ่งท่านเป็นพระอาจารย์รูปหนึ่งที่มีชื่อเสียงในด้านอิทธิอภินิหาร เชื่อกันว่าท่านเป็นพระที่สามารถรู้ถึงเหตุการณ์ล่วงหน้า และทำนายทายทักได้ถูกต้อง ท่านถือ ลัทธิบูชาเพลิง กล่าวคือ เมื่อท่านได้รับสิ่งของจากบรรดาลูกศิษย์ หรือญาติโยมนำมาถวาย ท่านจะโยนเข้ากองไฟหมด โดยถือหลักว่า จิตใจมนุษย์ของนี้ ถูกเผาผลาญด้วยไฟราคะแห่งกิเลส ซึ่งไม่สามารถต้านทานได้ นอกจากจะไหม้เป็นเถ้าถ่าน มีเพียงความตายของมนุษย์เท่านั้น จึงสามารถหลุดพ้นจากกิเลสได้ จากการมีชื่อเสียงของท่าน ทำให้มีผู้ไปรบกวนท่านอย่างมาก จนท่านได้หนีออกธุดงค์ไปที่สวนบางมด และได้ละสังขารเมื่อวันที่ ๓๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๙๘ ณ. อาศรมพุทธญาณโอภาสี บางมด สังขารของท่านยังคงเก็บเอาไว้ให้กราบไหว้บูชา จนถึงปัจจุบัน
เล่าประวัติของวัดให้ฟังแล้ว มาดูบรรยากาศในวัดกันบ้างดีกว่า
จุดเด่นจุดแรกของวัดนี้คือจะต้องถอดรองเท้าก่อนเข้าอาณาเขตบริเวณวัด
พอเข้าไปในวัดเราจะต้องเดินเท้าเปล่ากัน
โดยส่วนมากเวลามาไหว้ขอพระหลวงพ่อที่วัดนี้ นิยมถวายเป็นน้ำมัน
ถังเล็กก็ 150 บาท, ถังใหญ่ 600 บ
น้ำมันที่ถวายก็จะนำมาเติมที่นี่ โดยที่เตานี้ (ไม่รู้ว่าเรียกถูกหรือไม่ )
จะมีไฟจุดติดอยู่ 24 ชั่วโมง ไม่มีวันดับ
มุมน่ามอง
มุมพระสังกัจจาย
นี่เป็นอีกมุมนึงในวัด ที่มีพระพุทธรูป 4 องค์อยู่ใต้ต้นสาละอินเดีย
มุมร่มรื่น สำหรับพักผ่อน
ลูกนิมิตวางเรียงรายล้อมรอบต้นโพธิ์
ขอปิดท้ายด้วยความงามของดอกสาละ นะคะ...
ไหว้พระแล้วสบายใจจัง